ประสานความร่วมมือ เครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๗ (๒/๒๕๖๐)

ประสานความร่วมมือ เครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๗ (๒/๒๕๖๐)

******************************************************************************************************

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมเครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๗ (๒/๒๕๖๐)โดยคณบดีและผู้แทนจากกลุ่มคณะที่มีการสอนด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ประจำปี ๒๕๖๐ ในระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ 

ตามที่หน่วยงานมีการจัดการเรียนการสอนด้านเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้องมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ ได้จัดตั้งที่ประชุมเครือข่ายคณบดีและหัวหน้าสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของสังคมต่อไปในอนาคต ซึ่งในการนี้ที่ประชุมเครือข่ายฯ ได้มีการจัดประชุมอย่างต่อเนื่อง

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้รับเกียรติจากมติที่ประชุมครั้งที่ ๑๖ (๑/๒๕๖๐) ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์   ๒๕๖๐ ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฎสารคาม ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฎ ครั้งที่ ๑๗ (๒/๒๕๖๐) ในระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ  คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

ในครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการประชุม เวลา ๐๙.๐๐ น. วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุมพรพิรุณ คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรงชัย โสกัณทัต คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานการประชุม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์นายสัตวแพทย์สมมาตร อิฐรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฎสารคาม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายฯ เป็นประธานที่ประชุม และมีคณบดี รองคณบดี ตัวแทนคณบดี แลผู้บริหาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศจำนวน ๑๓ สถาบัน เข้าร่วมประชุม

คลิกดูภาพเพิ่มเติม

พิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรงชัย โสกัณทัต คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ร่วมพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐ โดยมี รองศาสตราจารย์ธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดี เป็นประธานในพิธี และกล่าวให้โอวาท พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้บริหารจากคณะต่างๆ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครู อาจารย์ผู้มีพระคุณในการอบรมสั่งสอนและประสิทธิ์ประสาทวิทยาการความรู้แก่ศิษย์ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเปิดภาคการศึกษาใหม่ โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมพิธี ๒,๐๐๐ คน ภายในพิธีเป็นอย่างเรียบง่าย ประกอบด้วยการกล่าวคำสรรเสริญบูชาพระคุณครู ขับเสภาเทิดพระคุณครู การร้องประสานเสียงขับร้องเพลงพระคุณที่สาม ต่อด้วยตัวแทนนักศึกษาเชิญพานหนังสือให้ประธานในพิธีเจิม เพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นตัวแทนแต่ละคณะ นำพานที่เตรียมไว้ลำเรียงไปไหว้บูชาครูอย่างนอบน้อม ตามลำดับ ณ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คลิกดูภาพเพิ่มเติม

ขอเชิญผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมต้อนรับ เครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ

+++ขอเชิญผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมต้อนรับ เครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ+++

*********************************************************************************************************************************

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมเครือข่ายคณบดีคณะเกษตรศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ โดยคณบดีและผู้แทนจากกลุ่มคณะที่มีการสอนด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ประจำปี ๒๕๖๐ ในระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อเป็นเวทีนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ให้บุคลากรทางศาสตร์ ด้านการเกษตรเกิดการพัฒนาและเกิดการประสานเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ

"วันศุกร์ ราชภัฏอุบลฯ สวมผ้าไทย"

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ขอเชิญชวนคณะ สำนัก สถาบัน ทุกหน่วยงาน และบุคลากรทุกท่าน แต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง เรียบง่าย สีสุภาพในทุกวันศุกร์ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ผ้าไทย และช่วยสนับสนุนร้านค้าชุมชนอุบลราชธานีของเรา

คลิกดูภาพเพิ่มเติม

โครงการรับน้องประชุมเชียร์ “Walk Rally Day” ๑/๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมพรพิรุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรงชัย โสกัณทัต คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดโครงการรับน้องประชุมเชียร์ “Walk Rally Day” ประจำปีการศึกษา ๑/๒๕๖๐ โดยมีกิจกรรมแกะเทียนติดพิมพ์วัดบูรพา กิจกรรมละลายพฤติกรรม การร้องเพลงประชุมเชียร์ ร่วมกับการอบรมปลูกฝังระเบียบวินัย จริยธรรม การตรงต่อเวลา และความสามัคคีในหมู่คณะ ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี

คลิกดูภาพเพิ่มเติม

ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง BRAVE MISS WORLD

++ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง BRAVE MISS WORLD เวลา 10.00 - 12.00 น. และร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อ "กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิสตรี" โดย คุณยูวาล วัคส์ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต ฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย เวลา 14.00 - 15.00 น. ณ ห้องประชุมบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

"อนุญาตให้นักศึกษาเข้าร่วมพิธีไหว้ครู และพิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร"

 

+++ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี "อนุญาตให้นักศึกษาเข้าร่วมพิธีไหว้ครู และพิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร" ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

กำหนดช่วงเวลาในการ เปิด-ปิด ประตูมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กำหนดช่วงเวลาในการ เปิด-ปิด ประตูมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคลากรทางการศึกษา ทั้งยังป้องกันเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
 

อุบลราชธานี…ม.ราชภัฏฯ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกับ สปป.ลาว

ที่หอประชุมเมืองบาเจียงเจริญสุข แขวงจำปาสัก สปป.ลาว  “ มหาวิยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยสำนักบริการวิชาการชุมชน ได้ร่วมกับเมืองบาเจียงเที่ยวประจวบฯบ้านของพ่อเจริญสุข แขวงจำปาสัก สปป.ลาว จัดโครงการอบรมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกลุ่มงานเกษตรกรรมและหัตถกรรม เมืองบาเจียงเจริญสุข ในระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2560   โดยมี ผศ.ดร. ภาสกร นันทพานิช รองอธิการบดีมหาวิยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เป็นประธานร่วมประชุม กับท่านคำแสน จันทะวงประธานกรรมการพรรคเมืองบาเจียงเจริญสุข และ ผู้รับผิดชอบร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการด้านเกษตรกรรมและหัตถกรรมในท้องถิ่นเข้ารับการอบรม

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กับ เมืองบาเจียงเจริญสุข แขวงจำปาสัก. เพื่อร่วมมือในการบริการวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมาตรฐาน คือ การพัฒนาผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร ด้านหัตถกรรมให้มีคุณภาพให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งการส่งเสริมชาวเกษตรมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการผลิต การแปรรูป และ การตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้กระบวนการและขั้นตอนการผลิต การ และการจำหน่ายครบวงจร และ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การศึกษาดูงานระหว่างไทย ลาว เพื่อให้เกิดทักษะและสามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่ตามความเหมาะสม ในการจัดอบครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เมืองบาเจียงเจริญสุข. 5 กลุ่ม. คือ กลุ่มหัตถกรรมทอผ้า , กลุ่มตีเหล็กเครื่องใช้ในครัวเรือน , กลุ่มทำไม้กวาดแบบดั้งเดิม , กลุ่มทำสาโทพื้นเมือง และ กลุ่มทำถั่วลิสงแห้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว เป็นการนำผลผลิตด้านการเกษตรในเมืองบาเจียงเจริญสุข. มาพัฒนาให้เป็นสินค้าและจัดจำหน่ายในท้องถิ่นและสำหรับนักท่องเที่ยว

โดย เมืองบาเจียงเจริญสุข กำหนดให้เป็น สินค้า หนึ่งอำเภอ หนึ่งผลิตภัณฑ์ สำหรับการอบรมพัฒนาผู้ประกอบการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานอุตสาหกรรมภาค 7 และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เป็นคณะวิทยากรบรรยายสาธิตกระบวนการผลิตและการสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ  ประกอบด้วย , นายอุเทน โชติชัย , นางละเอียด ไขศรีมธุรส , นายวิชัย ลุนสอน ,     นายอัศนี อำนวย , นายกิตธวัช. บุญทวี , นายเจษฎา สายสุข , นายปิยวิทย์ เอี่ยมพริ้งเพรานายนริศ เนียมหอม และวิทยากรในท้องถิ่น ร่วมอบรมพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป นับเป็นโครงการและการขับเคลื่อนกิจกรรมระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี กับแขวงจำปาสัก ซึ่งดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. กับเมืองบาเจียงเจริญสุข. ที่จะนำร่องในการจัดกิจกรรมและนำไปสู่การพัฒนาและความร่วมของกลุ่มประเทศในอาเซี่ยนอย่างยั่งยืนต่อไป…

ที่มา : http://najanewsupdate.com/061409-2/

ม.ราชภัฏอุบลฯ ขอเชิญร่วมงานเสวนา ผ้าและการแต่งกายของชาวอุบลราชธานี

ม.ราชภัฏอุบลฯ ขอเชิญร่วมงานเสวนา "ผ้าและการแต่งกายของชาวอุบลราชธานี"
************************************************************************
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม กำหนดจัดกิจกรรมการวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจัดให้มีการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "ผ้าและการแต่งกายของชาวอุบลราชธานี" โดยมี นายมีชัย แต้สุจริยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักศิลปะและวัฒนธรรม นางสาวสุมนา ศรีชลาชัย ประธานวุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดอุบลราชธานี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย สมานชาติ อาจารย์คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดำเนินการเสวนา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุปิยา ทาปทา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม
นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองของชาวอุบลราชธานี โดยนักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์และการละคร และสาขาวิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30 – 12.30 น. ณ ห้องบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 
ทั้งนี้ เพื่อให้คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับผ้าและการแต่งกายของชาวอุบลราชธานีอย่างถูกต้อง ซึ่งมีรูปแบบการการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังร่วมอนุรักษ์สืบสาน และรณรงค์ให้แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานีอย่างแพร่หลาย สอดรับกับแนวนโยบายของ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี อีกทั้งเป็นที่รู้จักของคนในชุมชน ท้องถิ่น ตลอดจนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกด้วย
*******************************

แจ้งนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2560 ติดต่อรับเสื้อเชียร์มหาวิทยาลัยฯ

+++แจ้งนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2560 ติดต่อรับเสื้อเชียร์มหาวิทยาลัยฯ ได้ที่ กองสวัสดิการ (ห้องโกมุทเดิม) เวลา 08.30 - 16.00 น.

อนุญาตให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์

+++ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เรื่อง อนุญาตให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ ในวันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

เปิดรับสมัครนักศึกษาทุนช่วยงาน ๑๐๐ ทุน

เปิดรับสมัครนักศึกษาทุนช่วยงาน ๑๐๐ ทุน
*******************************************
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดรับสมัครนักศึกษาทุนช่วยงานประจำภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๐ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่มีความตั้งใจที่จะทำงานระหว่างเรียน อีกทั้งช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในครอบครัวด้วย เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๑๘ มิถุนายน นี้ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ งานบริหารทั่วไป กองพัฒนานักศึกษา ชั้น ๒

แจ้งแนวปฏิบัติและขั้นตอนยื่นขอสำเร็จการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 1/2560

+++แจ้งแนวปฏิบัติและขั้นตอนยื่นขอสำเร็จการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 1/2560+++
*****************
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ประกาศแจ้งแนวปฏิบัติและขั้นตอนยื่นขอสำเร็จการศึกษา กาคการศึกษาที่ 1/2560
-ภาคปกติ ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2560
-ภาค กศ.บป. ทุกรุ่น ภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2560
http://www.apr.ubru.ac.th
****************************

นศ. คณะบริหารฯ ร่วมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

ผศ.หทัยรัตน์ ควรรู้ดี คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ เผยว่า คณะบริหารธุรกิจและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้จัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 5 – 10 มิถุนายน 2560 ซึ่ง อ.พัชราวดี กุลบุญญา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณาจารย์ และสโมสรนักศึกษา นำนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 จำนวน 300 คน ร่วมกิจกรรมเชียร์ประจำสาขาวิชา

และร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ จำนวน 5,000 ดอก เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งส่งเสริมความสามัคคี และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษา ในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ณ คณะบริหารธุรกิจและการจัดการ ม.ราชภัฎอุบลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ปชส.ม.ราชภัฎอุบลฯ

รับสมัคร อาจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อสอบคัดเลือกและแต่งตั้งเป็น พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา(สายวิชาการ) เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนและวิจัย สังกัด สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่ง  อาจารย์  (จำนวน 1 อัตรา)

รับสมัคร อาจารย์ สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อสอบคัดเลือกและแต่งตั้งเป็น พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา(สายวิชาการ) เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนและวิจัย สังกัด สาขาวิชาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่ง อาจารย์  (จำนวน 1 อัตรา)

รับทั่วประเทศ 1,102 อัตรา เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ กรมสรรพากร

รับทั่วประเทศ 1,102 อัตรา เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ กรมสรรพากร     

อ่านต่อได้ที่ : http://www.kruwandee.com/news-id35087.html

สิ้นสุดการรอคอย! ก กลาง ท้องถิ่น ออกหนังสือ การดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

สิ้นสุดการรอคอย! ก กลาง ท้องถิ่น ออกหนังสือ การดำเนินการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
 

 

อ่านต่อได้ที่: http://www.kruwandee.com/news-id35066.html

(เงินเดือน18,000.-บ.)กรมวิชาการเกษตร เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา

(เงินเดือน18,000.-บ.) กรมวิชาการเกษตร เปิดสอบพนักงานราชการ

วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา  กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

ประกาศรับสมัคร :    พนักงานราชการ

ชื่อตำแหน่ง :    เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (เขต ๔)

อัตราเงินเดือน :    18,000 บาท

ประเภท :    บริหารทั่วไป

จำนวนตำแหน่งว่าง :    1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา :    ปริญญาตรี คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง :    ปริญญาตรี หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ 

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ :    ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารทั่วไป เช่น งานธุรการ งานบุคคล การจัดระบบงานการเงินและบัญชี งานพัสดุ งานจัดพิมพ์ และจัดทำเอกสาร งานรวบรวมข้อมูลสถิติ  งานร่างโต้ตอบหนังสือ งานการประชุม และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่รับมอบหมาย 

กณฑ์การประเมิน :    ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนในการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

เปิดรับสมัคร :    วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ถึง วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560   ดาวน์โหลดรายละเอียดประกาศรับสมัคร :: ไฟล์แนบ

ที่มา : http://www.jobplazza.com/news-id153.html

เชื่อมั่น "โคบาลบูรพา" เดินหน้าเต็มสูบ

เชื่อมั่น "โคบาลบูรพา" เดินหน้าเต็มสูบ

ตามที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่า โครงการโคบาลบูรพา ที่ ครม. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมาจะซ้ำรอย "โคพลาสติก-โคล้านตัว" นั้น

กษ. โดย กรมปศุสัตว์ ขอยืนยันว่าจะไม่เกิดเช่นนั้นอีกอย่างแน่นอน เพราะมีการดำเนินการที่รัดกุมเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องเหมาะสม มิใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเช่นในอดีต

ขอให้ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐ เกษตรกร สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และสมาคมโคเนื้อฯ ร่วมมือกันขับเคลื่อน ติดตามการดำเนินโครงการอย่างจริงจัง และเกาะติดอย่างต่อเนื่อง

กรมปศุสัตว์ย้ำจุดแข็งของ โครงการโคบาลบูรพาหลายประการ เช่น

1. การจัดหาแม่โคเนื้อ 30,000 ตัว ราคาตัวละ 30,000 บาท กำหนดคุณสมบัติเป็นพันธุ์พื้นเมือง ความสูงไม่น้อยกว่า 1.15 ม. และ น้ำหนักไม่น้อยกว่า 250 กก. ซึ่งโตเต็มวัย มีความแข็งแรง เข้ากับสภาพพื้นที่ได้ดี และ มีความพร้อมในการขยายพันธุ์ แตกต่างจากโครงการในอดีตที่แจกโคอายุน้อย พันธุ์ต่างประเทศ ทำให้ไม่มีความพร้อม และ ไม่เกิดผล

2. กษ. มีการเตรียมพร้อมให้กับเกษตรกรที่จะยืมแม่โคเนื้อไปดำเนินการ เช่น การลดพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกพืชอาหารสัตว์ การเตรียมอาหารโค การสร้างโรงเรือน และ การเลี้ยง นอกจากนี้ พื้นที่เลี้ยงอยู่ในย่านเดียวกัน ทำให้ทีมสัตวแพทย์จากกรมปศุสัตว์เข้าไปดูแลได้อย่างทั่วถึง

3. ในระหว่างเกษตรกรยังไม่มีผลผลิตจากโคเนื้อ เกษตรกรจะมีรายได้จากการปลูกพืชเดิม ซึ่งทยอยลดพื้นที่ลงในระยะเวลา 6 ปี และ มีรายได้จากมูลโค/พืชอาหารสัตว์

4. เกษตรกรใช้เงินลงทุนน้อย เนื่องจากได้ยืมแม่โคเนื้อจากธนาคารโคเนื้อ เกษตรนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์ ในระยะเวลา 6 ปี เมื่อครบกำหนด เกษตรกรส่งคืนแม่โคเนื้อที่เกิดใหม่ในลักษณะเดียวกับที่ยืมไป ซึ่งเกษตรกรทำสัญญาชัดเจนกับกรมปศุสัตว์

5. สถานการณ์ตลาดโคเนื้อ ประเทศไทยมีโคเนื้อลดลงอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จาก 8 ล้านตัว เหลือ 4.8 ล้านตัว และ จ.สระแก้ว อยู่ในทำเลที่เหมาะสม เชื่อมต่อกับชายแดน พื้นที่เศรษฐกิจ และ กทม. มีช่องทางตลาดมาก

ทั้งหมดนี้ เกิดจากความต้องการของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งใน จ.สระแก้ว ในปี 2560 เพียงจังหวัดเดียวของประเทศ เนื่องจากพื้นที่ขาดแคลนน้ำ แต่ปลูกข้าว เกษตรกรต้องการปรับเปลี่ยน แต่ไม่มีทุน ไม่มีโอกาส ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแบบอย่างพื้นที่ข้างเคียงเปลี่ยนจากปลูกข้าวไปเลี้ยงโคเนื้อ สำเร็จ มีรายได้ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสร้างชีวิตใหม่ โดย กษ. สนับสนุนอย่างเป็นระบบ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.กษ. ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 60 เพื่อตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือภัยแล้ง พร้อมทอบเงินช่วยเหลือตามระเบียบฯ และ ได้มอบนโยบายให้จังหวัดาระแก้ว และ หน่วยงานใน กษ. จัดทำโครงการโคบาลบูรพาเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาในระยะยาว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รมว.กษ. มีความมุ่งมั่นยกระดับเกษตรกรให้มีรายได้เพียงพอ มีความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร การดำเนินการต้องบูรณาการ และ ทำทั้งระบบด้วยความโปร่งใส ตั้งแต่ขั้นการผลิต ถึง การตลาด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

Credit: ทีมข่าวก้าวเกษตร  facebook  : ก้าวเกษตร

วิธีปลูกเห็ดระโงก นอกฤดูกาลด้วยวิธีง่าย ๆ สร้างรายได้หลักแสน

วิธีปลูกเห็ดระโงก  
ขั้นตอนแรก
ต้องเก็บดอกเห็ดระโงกแก่ ที่ดอกกำลังจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว แก่มากๆเชื้อเห็ดมันหลุดหมดแล้ว ให้นำมาขยี้ผสมกับน้ำเปล่า เห็ด 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร นำไปมารดบริเวณโคลนต้นไม้ เช่น ต้นยางนา ต้นพะยอม ต้นมะม่วง ต้นแคร์บ้าน ต้นลำใย เพราะต้นไม้พวกนี้เห็ดระโงกจะชอบเกิด


วิธีการคือขุดบริเวณรอบๆ โคลนต้นไม้แล้วเอาน้ำเชื้อเห็ดเทลงราดให้ทั่วบริเวณโคลนไม้ ตามด้วยปุ๋ยคอก และดินกลบบางๆ ปุ๋ยคอกจะช่วยให้เห็ดระโงกเกิดได้ดี รอฝนตกเห็ดระโหกก็จะเกิด

อ่านต่อได้ที่ : https://todaynewsth.com/pandastation/?p=4672

กระทรวงเกษตรฯ ยันไทยไม่ขายทุเรียนอ่อนในญี่ปุ่น หลังเป็นข่าวในโซเชียล

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพทุเรียนอ่อนวางขายในประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่าเป็นทุเรียนที่ส่งไปขายจากประเทศไทย จนลูกค้าขอคืนเงิน ทำให้เกิดความอับอายนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะถือว่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการส่งออกผลไม้ของไทย

โดย นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่าได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว และยืนยันว่าทุเรียนที่วางขายในประเทศญี่ปุ่นเป็นทุเรียนแก่ทั้งหมด รวมถึงในภาพที่แชร์ในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย ซึ่งสังเกตได้จากเมล็ดทุเรียนจะมีสีน้ำตาล ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้กำหนดให้เกษตรกรต้องตัดทุเรียนแก่ที่ยังดิบจากต้นเพื่อส่งออก ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 7 - 10 วัน ผู้บริโภคปลายทางจึงจะรับประทานได้

อย่างไรก็ตาม จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้วิธีการสังเกตและเลือกผลทุเรียนสำหรับบริโภคให้กับผู้ค้าและผู้บริโภคในต่างประเทศ รวมถึงจะติดป้ายกำหนดวันบริโภคให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

ที่มา : http://s.ch7.com/228602

1ไร่ได้เดือนค​รึ่งแสน!

นายคำนึง สร้อยสีมาก อายุ 49 ปี และนางยุพิน สร้อยสีมาก อายุ 49 ปี สามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 บ้านดีหลวง ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งหันมาประกอบอาชีพทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 และเป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้จะใช้เนื้อที่เพียงแค่ 1 ไร่ แต่สามารถมีรายได้ถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาทเลยทีเดียว 

  ภายในแปลงเกษตรผสมผสาน ซึ่งมีเนื้อที่เพียงแค่ 1 ไร่ แต่ถูกเนรมิตให้เป็นสวนผัก ที่มีพืชผักที่นิยมบริโภคและตลาดต้องการเกือบครบทุกชนิด ทั้งผักกินใบและผักสวนครัว เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักโขมแดง ผักโขมเขียว โหระพา แมงลัก กระเพรา ขิง ข่า พริก มะนาว รวมทั้งพืชสมุนไพร หรือแม้แต่ดอกชมจันทร์ เป็นต้น เรียกว่ามีครบจบภายในสวนเดียว

  โดยเฉพาะพืชผักทุกอย่างภายในพื้นที่ 1 ไร่นี้ นายคำนึง เจ้าของสวนบอกว่า เป็นพืชผักปลอดสารพิษที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทั้งดิน น้ำ ผลผลิต ฉะนั้น ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าผลผลิตทั้งหมดเป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/agricultural/260325

ฉลาดมาก!! ชาวมหาสารคามปลูกผัก 7 ชนิดสลับกันเพื่อหลอกแมลง สามารถเก็บขายได้ทั้งปี

สุดยอดวิธีการแสนฉลาดของเกษตรกร จ. มหาสารคาม ท่านนี้คือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรรุ่นใหม่ จ.มหาสารคาม ที่ปลูกผักแนวอินดี้ ในเนื้อที่ 7 ไร่ครึ่ง ลองผิดลองถูกจนได้วิธีการปลูกผักให้เก็บเกี่ยวได้ตลอด 365 วัน แบบที่ว่า โรคและแมลง”งง”จนมากินผักไม่ถูก  เพราะน้องเขาปลูกพืชคละชนิดกัน ไล่ไปตามอายุเก็บเกี่ยว จากนั้นขยายสู่แปลงอื่น ทยอยลงไล่วันกันไปโดยอาศัยปฏิทินเพาะปลูกที่คิดขึ้นเอง!!

เริ่มจากแบ่งพื้นที่ปลูกออกเป็น 60 แปลง แปลงละครึ่งงาน…ในแปลงเนื้อที่ครึ่งงานจะมีการแบ่งซอยยกแปลงเป็น 7 แถว เพื่อปลูกพืช 7 ชนิดสลับแถวกัน มีทั้งขึ้นฉ่าย, ผักสลัด, หอมแบ่ง, ผักโขมแดง, ผักบุ้งจีน,กะเพรา, โหระพา ผักพื้นบ้าน และผักเครื่องเคียงต่างๆ  นำพืชผัก (ชนิดเดียวกัน) มาทยอยปลูกใน 1 แถวของ 60 แปลง โดยทยอยปลูกห่างกันแปลงละ 1 วัน ปลูกไปเรื่อยๆ จนถึง 60 วัน ก็จะครบทุกแปลง (ของผักชนิดนั้น)   ส่วนการปลูกพืช 7 ชนิด 7 แถวของแต่ละแปลงจะต้องปลูกห่างกัน 1 สัปดาห์ โดยให้เริ่มจากพืชมีอายุเก็บเกี่ยว 60 วัน เช่น ขึ้นฉ่าย สัปดาห์ที่ 2 ปลูกผักสลัด อายุเก็บเกี่ยว 50 วัน สัปดาห์ถัดมาปลูกหอมแบ่ง อายุเก็บเกี่ยว 45 วัน สัปดาห์ที่ 4 ลงผักโขมแดง อายุเก็บเกี่ยว 35 วัน  ตามด้วยผักบุ้งจีน อายุเก็บเกี่ยว 30 วัน สัปดาห์ที่ 6 ลงพืชที่เก็บผลผลิตได้ในระยะครึ่งปี เช่น กะเพรา โหระพา  สัปดาห์สุดท้าย แถวที่ 7ปลูกผักพื้นบ้าน เช่น สะระแหน่ พริก ผักเครื่องเคียงต่างๆ 

การปลูกแบบนี้ ผักจะได้เวลาเก็บเกี่ยวไล่เลี่ยกันแบบหลากชนิด ไม่ต้องห่วงว่าจะมีผลผลิตชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป จนทำให้เสียราคา และเมื่อเก็บเกี่ยวพืชผักแต่ละชนิดหมดแล้ว ให้พลิกดินกลบตอเดิมทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทิ้งไว้ 3 วัน ให้เริ่มปลูกผักชนิดใหม่ทันที (ยกเว้นกะเพรา โหระพา เก็บได้จนถึงอายุครึ่งปี) อย่าปลูกพืชชนิดเดียวกันซ้ำที่เดิม ให้ปลูกชนิดอื่นสลับกันไป เพื่อป้องกันโรคแมลง “เราปลูกพืชหลายชนิดสลับกันแบบนี้ก็เหมือนเป็นการหลอกล่อแมลงชั้นต้นอยู่แล้ว พอเก็บเกี่ยวผลผลิต เราสลับที่ปลูกอีก ดินก็ดีไม่เจอแต่พืชซ้ำๆในที่เดิม เพลี้ยอ่อนที่เคยจ้องเล่นงานขึ้นฉ่าย โรคใบจุดที่จับจองผักสลัด ราแป้งในผักบุ้งจีน โรคโคนเน่าในหอม จะสับสน เพราะพืชแต่ละชนิดย้ายที่ปลูกไปเรื่อยๆ สุดท้ายเลยแทบไม่มีโรคหรือแมลงรบกวน”  ทำแบบนี้ได้ครบ 60 แปลง จะมีผลผลิตให้เก็บขายตลอด 365 วัน

ที่มา :   http://www.thairath.co.th